เม้ามอยกับหมอพัฒน์ศมา Chit chat with Dr. Pat
เม้ามอยกับหมอพัฒน์ศมา Chit chat with Dr. Pat · 6 ต.ค. 2569 · 10:23
ฟังในแอป Podli 🎧
ติดตามพอดแคสต์ที่คุณชื่นชอบ ฟังออฟไลน์และในรถด้วย CarPlay และ Android Auto และฟังต่อจากจุดที่ค้างไว้ได้เสมอ ลองใช้ฟรี
ปัจจุบันตัวอ่อนแช่แข็งมีโอกาสรอดหลังละลายสูงมาก การย้ายตัวอ่อนแช่แข็ง (FET) จึงเป็นขั้นตอนที่ทำกันเป็นประจำ
ก่อนย้าย เราต้องเตรียมเยื่อบุโพรงมดลูกให้พร้อมสำหรับการฝังตัว ซึ่งทำได้ 2 แบบ คือรอบธรรมชาติ และรอบใช้ฮอร์โมน
แต่ละคลินิกเตรียมเยื่อบุโพรงมดลูกแตกต่างกันมาก ล่าสุดมีการรวบรวมความเห็นของผู้เชี่ยวชาญนานาชาติเป็นฉันทามติแบบ Delphi ได้ข้อสรุป 17 ข้อ ตีพิมพ์ในวารสาร Reproductive BioMedicine Online ปี 2026 หมอจึงสรุปมาให้ฟังครับ
📌 ข้อ 1–9
1️⃣ การเลือกระหว่างรอบธรรมชาติกับรอบใช้ฮอร์โมน ควรพูดคุยร่วมกันระหว่างคนไข้และแพทย์ถึงข้อดีข้อเสียของแต่ละวิธี
2️⃣ ในรอบใช้ฮอร์โมน ไม่จำเป็นต้องใช้ยา GnRH agonist กดการทำงานของต่อมใต้สมองก่อน เพราะไม่มีหลักฐานว่าเพิ่มโอกาสตั้งครรภ์
3️⃣ เอสโตรเจนแบบกิน แปะผิวหนัง หรือสอดช่องคลอด ให้ประสิทธิภาพไม่แตกต่างกัน แต่ข้อมูลของแบบสอดช่องคลอดยังมีจำกัด
4️⃣ การให้เอสโตรเจนขนาดคงที่ หรือค่อย ๆ ปรับขนาดเพิ่ม ให้อัตราความสำเร็จไม่แตกต่างกัน
5️⃣ ระยะเวลาใช้เอสโตรเจนควรอยู่ระหว่าง 7–35 วัน หากเกิน 35 วันควรพิจารณายกเลิกรอบ
6️⃣ ไม่จำเป็นต้องเจาะเลือดดูระดับเอสตราไดออลระหว่างเตรียมเยื่อบุโพรงมดลูก เพราะไม่มีผลต่ออัตราการคลอดมีชีพ
7️⃣ ในรอบใช้ฮอร์โมน ไม่จำเป็นต้องตรวจฮอร์โมน LH ก่อนเริ่มโปรเจสเตอโรน เพราะเอสโตรเจนจะยับยั้งไม่ให้ไข่โตและตกในรอบนั้น
8️⃣ ควรเจาะเลือดดูระดับโปรเจสเตอโรนก่อนเริ่มใช้ยาโปรเจสเตอโรน เพื่อดูว่าฮอร์โมนขึ้นก่อนเวลาหรือไม่
9️⃣ โปรเจสเตอโรนแบบสอดช่องคลอด ฉีดใต้ผิวหนัง หรือฉีดเข้ากล้ามเนื้อ ให้ผลการตั้งครรภ์ไม่แตกต่างกัน
หมอเล่าข้อ 1–9 แบบละเอียดไว้ในคลิปนี้ สัปดาห์หน้าพบกับตอนที่ 2 ครับ
📍 LIFE by Dr. Pat อาคาร GPF Witthayu Towers ถนนวิทยุ
📞 083-432-4664
#ย้ายตัวอ่อนแช่แข็ง #FET #เยื่อบุโพรงมดลูก #ภาวะมีบุตรยาก #เด็กหลอดแก้ว #IVF #LIFEbyDrPat
ตอน: เม้ามอยกับหมอพัฒน์ศมา Chit chat with Dr. Pat